Rating System

มาเลเซียกระตุ้นผู้ปกครองให้ใส่ใจกับเรตติ้งเกม

Submitted by PaePae on 18 March, 2009 - 01:08

Muhammad Sha’ani Abdullah หัวหน้าของ National Consumer Complaints Centre (ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนผู้บริโภคแห่งชาติ) ออกมาติงว่า ทั้งผู้ปกครองและร้านค้ายังให้ความสำคัญกับเรตติ้งเกมไม่มากพอ

เขากล่าวว่า เกมได้รับการจัดเรตติ้งมาจากผู้ผลิตเกมอยู่แล้ว แต่ผู้ขายมักจะไม่สนใจเรื่องการขายให้ตรงกับกลุ่มอายุที่แนะนำไว้ ซึ่งพวกเขาไม่รู้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กนั้นร้ายแรงมากเพียงใด อีกทั้งในมาเลเซียนั้นไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับวิดีโอเกม ผู้ปกครองจึงควรจะได้รับการกระตุ้นในเรื่องเรตติ้งเกมอย่างยิ่ง

วิดีโอเกมในมาเลเซียก็เช่นเดียวกับประเทศไทย คือ ไม่มีระบบเรตติ้งของภาครัฐ แต่โดยปกติเกมก็จะมีเรตติ้ง ESRB มาด้วยอยู่แล้ว ซึ่งเป็นระบบเรตติ้งที่ถูกอ้างถึงในที่นี้

สำหรับในประเทศไทยนั้น คาดว่าใน 1-2 ปีนี้ จะมีระบบเรตติ้งออกมาบังคับใช้อย่างเป็นทางการ แทนระบบเซนเซอร์โดยกระทรวงวัฒนธรรมในปัจจุบันครับ

ที่มา - GamePolitics

รัฐบาลจีนปฎิเสธภาคต่อเกม WoW: Wrath of the Lich King

Submitted by PaePae on 11 March, 2009 - 22:30

World of Warcraft: Wrath of the Lich King ซึ่งเป็นภาคต่อชุดที่สอง และถือเป็นภาคล่าสุดของเกม World of Warcraft (WoW) ถูกรัฐบาลจีนปฏิเสธการเผยแพร่

Wrath of the Lich King ถูกปฏิเสธจากรัฐบาลจีนเป็นครั้งที่สอง เพราะเนื้อหาไม่ผ่านตามกฎเกณฑ์ ในเนื้อหาเกี่ยวกับการบุกโจมตีเมือง (city raid) และตัวละครที่เป็นโครงกระดูก (skeleton characters) ถึงแม้ว่าเกมที่ส่งให้ตรวจสอบนั้น จะไม่มีคลาสฮีโร่ Death Knight ซึ่งเป็นฮีโร่คลาสแรกของ WoW และมีความสามารถใช้การใช้เวทมนตร์ undead แล้วก็ตาม

เกมออนไลน์ WoW มีการปรับเปลี่ยนมาหลายครั้ง เพื่อให้ผ่านการตรวจสอบและเผยแพร่สู่ผู้เล่นชาวจีนได้ และเมื่อไม่นานมานี้ ทางเว็บไซต์ WoW ภาษาจีนตัวย่อ (Simplified Chinese) ก็เพิ่งมีการลบลิงก์ที่ชี้ไปยังเว็บไซต์เวอร์ชันอเมริกาเหนือออกด้วย

ในประเทศไทยก็มีนะ แต่เป็นละแบบกันและเป็นการเซนเซอร์เนื้อหาโดยสมัครใจ (รัฐไม่ได้ตรวจสอบหรือสั่งมา… อย่างน้อยก็ไม่เป็นที่เปิดเผย) อย่างเช่น TS Online ที่ปิดทางเข้าร้านบ่อนการพนันภายในเกม

ที่มา - GamePolitics

นิวซีแลนด์: เด็กเล่นเกมรุนแรง ผู้ปกครองต้องถูกลงโทษ

Submitted by PaePae on 10 March, 2009 - 12:03

Bill Hastings ผู้ดำรงตำแหน่ง Chief Censor ควบคุมดูแล Office of Film and Literature Classification (OFLC - ชื่อเดียวกับหน่วยงานเซนเซอร์ของออสเตรเลีย แต่คนละหน่วยงานกัน) ซึ่งเป็นหน่วยงานเซนเซอร์ของนิวซีแลนด์ ได้ออกมากล่าวว่า จะนำมาตรการลงโทษผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยบุตรหลานให้เล่นเกมที่มีเนื้อหารุนแรง

นิวซีแลนด์ใช้ระบบเรตติ้งที่มีกฎหมายรองรับชัดเจน และมีบทลงโทษผู้ปกครองที่ปล่อยให้เด็กเล่นเกมที่มีเรตติ้งเกินกว่าระดับอายุของเด็ก มีโทษปรับสูงสุด 10,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ราว 180,000 บาท) หรือจำคุก 3 เดือน

เขายังกล่าวอีกว่า การนำมาตรการดังกล่าวมาบังคับใช้จริง จะกระตุ้นให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานว่าพวกเขากำลังทำอะไรเล่นอะไรมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีที่ผู้ใหญ่มักจะตามไม่ทันเด็กเสียแล้ว

ที่มา - GamePolitics

ศาลอุทธรณ์สหรัฐพิพากษายืน กฎหมายวิดีโอเกมแคลิฟอร์เนียขัดรัฐธรรมนูญ

Submitted by PaePae on 24 February, 2009 - 13:29

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ของสหรัฐอเมริกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่า กฎหมายวิดีโอเกมปี ค.ศ. 2005 ของรัฐแคลิฟอร์เนียขัดต่อบทบัญญัติข้อที่ 1 แห่งรัฐธรรมนูญสหรัฐ ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงออก (freedom of speech)

โดยรัฐแคลิฟอร์เนียต้องการห้ามการจำหน่ายหรือให้เช่าเกมที่มีความรุนแรงแก่ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี แต่ศาลปฏิเสธหลักฐานงานศึกษาค้นคว้าต่าง ๆ ที่ทางรัฐนำเสนอ เพราะไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ว่า การเล่นเกมที่มีเนื้อหารุนแรงจะเกี่ยวพันกับพฤติกรรมไม่ดีของผู้เล่น

คดีนี้เป็นเริ่มต้นจาก Entertainment Merchants Association (EMA) และ Entertainment Software Association (ESA) ยื่นฟ้องร้อง อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ผู้ว่าการรัฐ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐอีกหลายคน ไม่ให้นำกฎหมายซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาบังคับใช้

จากการแพ้คดีนี้ รัฐแคลิฟอร์เนียจะต้องชดใช้ค่าดำเนินการทางศาลและทนายความให้กับ EMA และ ESA รวมแล้วกว่า 283,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นเงินจากภาษีของประชาชน และยังไม่ทราบว่าทางรัฐจะนำคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาหรือไม่

Michael Gallagher ประธานของ ESA กล่าวว่า เครื่องมือที่ดีที่สุดในการควบคุมว่า เด็ก ๆ ควรจะเล่นอะไร คือ ระบบเรตติ้ง ESRB (ระบบเรตติ้งเกมของสหรัฐ), การรณรงค์ให้ความรู้, และการควบคุมของผู้ปกครองเอง

ที่มา - GamePolitics, Gamasutra

เกมเมอร์ออสเตรเลียเตรียมแต่งคอสเพลย์เรียกร้องเรตติ้ง R18+

Submitted by PaePae on 23 February, 2009 - 14:08

เกมเมอร์ในประเทศออสเตรเลียพยายามเดินหน้าเรียกร้องให้ใช้เรตติ้ง R18+ สำหรับวิดีโอเกม เนื่องจากระบบเรตติ้งวิดีโอเกมในออสเตรเลียกำหนดว่า เกมที่จะจัดจำหน่ายในประเทศได้จะต้องได้รับเรตติ้งไม่เกิน 15+ ทำให้หลายเกมต้องเซนเซอร์เนื้อหาเพื่อให้วางจำหน่ายได้ ซึ่งเรตติ้ง R18+ ถูกต่อต้านอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะจาก Michael Atkinson อัยการสูงสุดของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย

ข้อมูลจาก R18games:

Gametraders กำลังจัดการชุมนุมสนับสนันเรตติ้ง R18+ สำหรับวิดีโอเกมในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย (South Australia) การชุมนุมนี้มีกำหนดในเวลา 13.00 น. ของวันที่ 4 มีนาคม บริเวณขั้นบันไดของรัฐสภาในเมือง Adelaide (เมืองหลวงของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย) อย่างที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่า Adelaide เป็นที่อยู่ของ Michael Atkinson อัยการสูงสุดของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ผู้นำการต่อต้านการใช้เรตติ้ง R18+ สำหรับวิดีโอเกมในออสเตรเลีย

แต่เกมเมอร์บางส่วนก็แสดงความเห็นว่า การแต่งคอสเพลย์อาจทำให้การชุมนุมนี้ดูไม่จริงจัง ซึ่งทางผู้จัดการชุมนุมก็กำลังพิจารณาประเด็นนี้และจะออกประกาศให้ทราบอีกครั้ง

ที่มา - GamePolitics

เกมออนไลน์ในออสเตรเลียอาจจะผิดกฎหมาย เพราะไม่จัดเรตติ้ง

Submitted by PaePae on 5 February, 2009 - 12:43

John Hatzistergos อัยการสูงสุดแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales) ของออสเตรเลีย ออกมาเปิดเผยว่า ผู้ให้บริการและร้านค้าต่าง ๆ นั้นถูกห้ามไม่ให้จัดจำหน่ายเกมออนไลน์ที่ไม่ได้รับการจัดเรตติ้ง เพราะกฎหมายของรัฐครอบคลุมทั้งเกมที่ซื้อจากร้านค้าและซื้อผ่านระบบออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเกมเล่นคนเดียว, เล่นหลายคน, หรือเกมออนไลน์ก็ตาม

Ron Curry ผู้เป็น CEO ของ Interactive Entertainment Association of Australia (IEAA) ออกมาตอบโต้ว่า ถ้าหากเกมนั้นมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ภายในประเทศ ก็จะอยู่ภายใต้กฎหมาย Broadcasting Services Act แต่ถ้าเกมนั้นมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในประเทศอื่น ก็จะอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศนั้น ๆ ไม่ใช่กฎหมายออสเตรเลีย

(หมายเหตุ: การจัดเรตติ้งอยู่ใต้กฎหมาย “Classification (Publications, Films and Computer Games) Act”)

ตามกฎหมายของออสเตรเลียกำหนดให้เกมที่จะจัดจำหน่ายในประเทศ ต้องผ่านการจัดเรตติ้งโดยบอร์ดจัดเรตติ้งของออสเตรเลีย คือ Office of Film and Literature Classification (OFLC) ผู้ใดถูกจับได้ว่าจัดจำหน่ายเกมที่ไม่ผ่านการจัดเรตติ้ง มีโทษสูงสุด คือ ปรับ 27,220 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 600,000 บาท) หรือจำคุก 2 ปี

แต่สำหรับเกมออนไลน์ ผู้ให้บริการและจัดจำหน่ายต่างเข้าใจว่า เกมเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องผ่านการจัดเรตติ้ง เนื่องจากโดยธรรมชาติของเกมออนไลน์แล้ว เนื้อหาและสภาพแวดล้อมของเกมจะแปรเปลี่ยนตลอดเวลา

ที่มา - Gamasutra, GameCulture

สภายุโรปพิจารณาการสนับสนุนให้ใช้ PEGI จัดเรตติ้งเกม

Submitted by PaePae on 28 January, 2009 - 17:50

สภายุโรป (European Parliament) ของสหภาพยุโรป (European Union) เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสนับสนุนการใช้ระบบเรตติ้งเกมของ PEGI (Pan European Game Information) กับทั้งเกมออฟไลน์และออนไลน์

Committee on Civil Liberties, Justice and Home Affairs (LIBE) ได้พิจารณาและให้ความสนใจเป็นพิเศษกับรายงานของ Toine Manders นักการเมืองจากเนเธอร์แลนด์ ในประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภคของอุตสาหกรรมเกม โดยเฉพาะกับผู้เยาว์

รายงานของ Toine Manders เรียกร้องให้สภายุโรปสนับสนุนการใช้ PEGI ซึ่งเป็นระบบเรตติ้งที่มีการใช้อยู่แล้วกว่า 30 ประเทศ รวมถึงระบบตรวจสอบอายุผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพ และแนะนำให้อุตสากรรมเกมในยุโรปควรจะพัฒนาระบบในรูปแบบของการควบคุมกันเองภายในอุตสาหกรรม

ระบบจัดเรตติ้งเกม PEGI มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในยุโรป และบางประเทศก็นำไปใช้แทนระบบเรตติ้งเดิมของประเทศตน รวมถึงมีกฎหมายรองรับอย่างเป็นทางการ เช่น ออสเตรีย, ฟินแลนด์, และนอร์เวย์

ที่มา - Gamasutra

แผนช่วยเหลือทางภาษีที่ถูกเสนอในรัฐโอคลาโฮมา ไม่รวมเกมเรตติ้ง M

Submitted by PaePae on 24 January, 2009 - 21:59

Anthony Sykes วุฒิสมาชิกรัฐโอคลาโฮมาในสหรัฐอเมริกาเสนอแผนช่วยเหลือนักพัฒนาเกมด้วยการลดภาษี แต่เกมที่จะเข้าข่ายตามแผนการนี้ต้องได้รับเรตติ้งไม่เกิน T (13+) จาก ESRB

เงื่อนไขที่กำหนดกับวิดีโอเกมนี้ แตกต่างจากความช่วยเหลือทางภาษีที่รัฐโอคลาโฮมามีให้กับการผลิตรายการโทรทัศน์, โฆษณา, และภาพยนตร์ ที่มีเงื่อนไขเพียงห้ามมีภาพอนาจารเด็กหรือมีเนื้อหาลามกอนาจาร ทำให้ภาพยนตร์ที่ได้รับเรตติ้ง R หรือ MA-17 ก็สามารถรับความช่วยเหลือทางภาษีได้

ท่านวุฒิสมาชิกเองก็เห็นว่าไม่ควรมีการจำกัดเรตติ้ง แต่เมื่อเขาไปขอเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกท่านอื่น คำถามแรกที่เขาได้รับกลับมาคือ มีการจำกัดเรตติ้งด้วยหรือเปล่า นอกจากนี้ เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอหรือไม่ เพราะความช่วยเหลือทางภาษีนี้อาจดูไม่น่าสนใจ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่งบประมาณของรัฐได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้อยู่แล้ว

ที่มา - GamePolitics

Syndicate content