ศาสตราจารย์ Christopher Ferguson นักวิจัยจาก Texas A&M International University เผยแพร่รายงานการวิจัยที่ได้ข้อสรุปว่า เหตุยิงกันในสถานศึกษากับการเล่นวิดีโอเกมที่มีเนื้อหารุนแรงนั้น ไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างมีนัย
งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ใน Journal of Investigative Psychology and Offender Profiling ซึ่งเขาชี้ให้เห็นว่า ไม่พบหลักฐานใดๆ เกี่ยวกับการเล่นวิดีโอเกมที่มีเนื้อหารุนแรงในเหตุฆาตกรรมหมู่ที่ Virginia Tech, เหตุยิงกันในห้าง Utah Trolley Stop, และที่ Northern Illinois University
เขาระบุว่า ความเชื่อที่ว่าเกมรุนแรงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้น เป็นผลมาจากนักการเมือง, สื่อสารมวลชน, และนักสังคมศาสตร์ ที่ออกมาตีโพยตีพายความเชื่อของตนเองว่าเป็นผลจากการเสพสื่อที่มีเนื้อหารุนแรง แต่สาเหตุที่แท้จริงนั้นเกิดจากสภาพแวดล้อมภายในครอบครัว, ลักษณะทางกรรมพันธุ์, ความยากจน, และความไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาที่แก้ไขยากและก่อการถกเถียงอย่างกว้างขวาง ในทางตรงกันข้าม วิดีโอเกมเป็นสิ่งที่นักการเมืองสามารถหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างได้ง่ายกว่า
ในแง่ของสื่อสารมวลชน เป็นที่รู้กันว่าข่าวร้ายนั้น “ขาย” ได้ง่ายกว่าข่าวดี ส่วนนักสังคมศาสตร์นั้นเป็นที่สังเกตว่าจะโฆษณาคำต่อต้านเกม โดยบ่อยครั้งจะมองข้ามผลการวิจัยจากนักวิจัยคนอื่น หรือไม่ก็ไม่สามารถเปิดเผยถึงตัวปัญหาได้จากด้วยการวิจัยของตนเอง
เขาบอกว่า เห็นข้อผิดพลาดในการออกแบบการศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิดีโอเกมกับการใช้ความรุนแรง ซึ่งเขาเห็นว่า เราจำเป็นต้องก้าวข้ามความตื่นตระหนกที่มีต่อวิดีโอเกม และมองลงไปให้ลึกถึงปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้เกิดการใช้ความรุนแรง
อ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ตามลิงก์นี้
ที่มา - GamePolitics